การติดเครื่องทำน้ำอุ่นในคอนโดมีเงื่อนไขต่างจากบ้านเดี่ยว เพราะเจ้าของห้องไม่ได้ควบคุมระบบทั้งหมดด้วยตัวเอง
ระบบไฟ ระบบน้ำ จุดปิดวาล์ว รวมถึงเวลาที่ช่างสามารถเข้าทำงาน อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของนิติบุคคลหรือฝ่ายอาคาร
ดังนั้นก่อนซื้อเครื่อง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่เลือกว่าต้องการกี่วัตต์ แต่คือสอบถามก่อนว่า ห้องและอาคารรองรับเครื่องประเภทใด
การเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาซื้อเครื่องมาแล้วพบว่าติดตั้งไม่ได้ หรือช่างเข้าหน้างานแล้วต้องกลับเพราะยังไม่ได้รับอนุญาต
เริ่มจากสอบถามฝ่ายอาคารก่อนซื้อ
คอนโดแต่ละแห่งมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน
ควรถามให้ชัดว่า
- อนุญาตให้ติดเครื่องทำน้ำอุ่นหรือไม่
- จำกัดกำลังไฟหรือประเภทเครื่องหรือไม่
- ต้องใช้แบบฟอร์มขออนุญาตหรือไม่
- ต้องแจ้งรายชื่อช่างล่วงหน้าหรือไม่
- มีเวลาทำงานที่กำหนดหรือไม่
- ต้องวางเงินประกันงานหรือไม่
- การปิดน้ำต้องแจ้งล่วงหน้าหรือไม่
ข้อมูลชุดนี้ควรได้ก่อนเลือกซื้อเครื่อง เพราะมีผลต่อทั้งรุ่นและขั้นตอนติดตั้ง
ตรวจจุดไฟที่ห้องมีอยู่จริง
อย่าดูเพียงว่ามีสายไฟออกมาจากผนังแล้วคิดว่าสามารถต่อเครื่องได้ทันที
ควรให้ช่างที่เหมาะสมตรวจว่า
- วงจรเดิมออกแบบไว้สำหรับเครื่องหรือไม่
- ระบบสายดินเป็นอย่างไร
- อุปกรณ์ป้องกันของวงจรเหมาะหรือไม่
- กำลังที่ระบบของห้องรองรับเป็นเท่าไร
- มีการดัดแปลงจากเจ้าของเดิมหรือไม่
คอนโดมือสองยิ่งควรตรวจ เพราะเราอาจไม่ทราบประวัติการเดินสายและการซ่อมที่ผ่านมา
เตรียมรหัสรุ่นและคู่มือให้ฝ่ายอาคาร
แทนที่จะบอกเพียงว่า “จะติดเครื่องทำน้ำอุ่น 4,500 วัตต์” ควรเตรียมข้อมูลรุ่นจริง
อย่างน้อยควรมี
- ยี่ห้อ
- รหัสรุ่น
- กำลังไฟ
- ข้อมูลการติดตั้ง
- คู่มือหรือเอกสารผลิตภัณฑ์
- ขนาดเครื่อง
ฝ่ายอาคารและช่างจะสามารถตรวจได้ว่ารุ่นนั้นเหมาะกับระบบของห้องหรือไม่
การส่งข้อมูลจริงดีกว่าการอธิบายจากความจำหรือรูปสินค้าหน้าร้าน
ตรวจระบบน้ำของคอนโด
คอนโดใช้น้ำจากระบบส่วนกลาง แรงดันและรูปแบบท่อจึงขึ้นอยู่กับอาคาร
ควรให้ช่างตรวจว่า
- จุดน้ำเข้าอยู่ตรงไหน
- มีวาล์วปิดน้ำเฉพาะห้องหรือไม่
- แรงดันน้ำเหมาะกับรุ่นหรือไม่
- ท่อเดิมอยู่ในสภาพใด
- จุดระบายน้ำและแนวฝักบัวเหมาะหรือไม่
หากต้องปิดน้ำส่วนกลางหรือกระทบห้องอื่น ต้องประสานฝ่ายอาคารล่วงหน้า
อย่าซื้อเครื่องก่อนรู้กำลังไฟที่อาคารอนุญาต
เครื่องที่กำลังสูงขึ้นอาจดูน่าสนใจ แต่หากวงจรของห้องหรือข้อกำหนดอาคารไม่รองรับ ก็ไม่ควรฝืนติดตั้ง
ควรรู้ขีดจำกัดของห้องก่อน แล้วจึงเลือกกำลังภายในขอบเขตนั้นร่วมกับความต้องการด้านน้ำและอุณหภูมิ
วิธีนี้ลดปัญหาต้องเปลี่ยนเครื่องหลังซื้อหรือเสียค่าใช้จ่ายปรับระบบเกินคาด
ตรวจตำแหน่งติดตั้งก่อนเจาะ
ผนังคอนโดบางด้านอาจมีท่อน้ำ สายไฟ หรือเป็นผนังที่มีข้อจำกัดในการเจาะ
ไม่ควรเลือกตำแหน่งจากความสวยเพียงอย่างเดียว
ควรให้ช่างและฝ่ายอาคารช่วยตรวจว่า
- เจาะได้หรือไม่
- มีท่อซ่อนหลังผนังหรือไม่
- จุดยึดรับน้ำหนักได้หรือไม่
- อยู่ในตำแหน่งที่ซ่อมบำรุงได้หรือไม่
- ไม่ขวางประตูหรือกระจก
- ฝักบัวและสายใช้งานสะดวกหรือไม่
การเข้าทำงานของช่างอาจมีขั้นตอน
คอนโดจำนวนมากมีระเบียบสำหรับผู้รับเหมา เช่น ลงทะเบียน แลกบัตร ใช้ลิฟต์บริการ หรือจำกัดเวลางานที่มีเสียง
ก่อนนัดช่างควรถามเรื่องนี้ให้ครบ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีช่างมาถึงแล้วขึ้นห้องไม่ได้
หากต้องใช้สว่านหรือเจาะผนัง ควรตรวจช่วงเวลาที่อนุญาตโดยเฉพาะ
นัดเวลาปิดน้ำให้ชัด
หากงานติดตั้งต้องปิดวาล์วส่วนกลางหรือระบบที่ฝ่ายอาคารต้องดำเนินการ ควรกำหนดเวลาไว้ล่วงหน้า
แจ้งทั้งช่างและฝ่ายอาคารให้ตรงกันว่าต้องใช้เวลาประมาณเท่าไร และใครเป็นผู้เปิดปิดระบบ
ไม่ควรให้ช่างไปถึงหน้างานแล้วค่อยถามหาวาล์ว เพราะอาจทำให้งานล่าช้าหรือกระทบห้องอื่น
ก่อนติดตั้งควรถ่ายรูปสภาพเดิม
การถ่ายรูปผนัง จุดน้ำ จุดไฟ และพื้นที่รอบเครื่องก่อนเริ่มงานมีประโยชน์มาก
ช่วยให้เห็นว่าเดิมมีรอยร้าว น้ำซึม หรือความเสียหายอยู่ก่อนหรือไม่ และสามารถใช้ส่งให้ช่างประเมินเบื้องต้นก่อนเข้าหน้างานได้
ควรถ่ายทั้งภาพกว้างและภาพใกล้ของจุดต่อ
เอกสารที่ควรเตรียมไว้
เพื่อให้งานเดินง่าย สามารถเตรียมเป็นชุดเดียว ได้แก่
- รูปพื้นที่ติดตั้ง
- รหัสรุ่นเครื่อง
- คู่มือ
- ข้อมูลกำลังไฟ
- ข้อกำหนดจากนิติบุคคล
- เบอร์ติดต่อฝ่ายอาคาร
- วันและเวลาที่อนุญาตให้ทำงาน
- ขั้นตอนปิดน้ำ
- ข้อมูลผู้รับเหมา
เมื่อทุกฝ่ายเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ความคลาดเคลื่อนจะลดลงมาก
หลังติดตั้งควรให้ช่างทดสอบต่อหน้าผู้ใช้
อย่ารีบเซ็นรับเพียงเพราะเครื่องเปิดติด
ควรให้ช่างสาธิตอย่างน้อยเรื่อง
- เปิดปิดเครื่อง
- ปรับระดับความร้อน
- การทดสอบระบบตามคู่มือ
- จุดวาล์วน้ำ
- วิธีตัดไฟเมื่อจำเป็น
- การสังเกตน้ำรั่ว
- เอกสารรับประกัน
หากฝ่ายอาคารมีแบบตรวจรับ ก็ควรดำเนินการให้ครบในวันเดียวกัน
หากกำลังเลือก Lucky Flame
ถ้าสนใจ เครื่องทำน้ำอุ่น Lucky Flame ควรเลือกรหัสรุ่นที่ต้องการก่อน แล้วนำข้อมูลทางไฟฟ้าและการติดตั้งของรุ่นนั้นให้ฝ่ายอาคารและช่างตรวจ
ไม่ควรใช้ข้อมูลรวมของแบรนด์แทนข้อมูลรุ่น เพราะเครื่องแต่ละรุ่นอาจมีข้อกำหนดต่างกัน
สรุป
การ ติดเครื่องทำน้ำอุ่นในคอนโด ควรเริ่มจากข้อกำหนดของอาคาร ไม่ใช่เริ่มจากการซื้อเครื่อง
ตรวจทั้งระบบไฟ ระบบน้ำ จุดติดตั้ง และขั้นตอนการเข้าทำงาน จากนั้นจึงนำข้อมูลของรุ่นจริงให้ฝ่ายอาคารและช่างประเมินร่วมกัน
เมื่อเตรียมข้อมูลครบตั้งแต่ก่อนซื้อ จะลดโอกาสเจอปัญหาต้องเปลี่ยนรุ่น เลื่อนงาน หรือแก้ระบบเพิ่มเติมหลังจากเครื่องมาถึงหน้างานแล้ว
