เครื่องทำน้ำอุ่นถูกใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีทั้งความชื้น น้ำ และคราบจากการใช้งานทุกวัน จึงควรได้รับการดูแลเป็นระยะ แต่คำว่า “ทำความสะอาดเครื่องทำน้ำอุ่น” ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเปิดฝาเครื่องออกมาล้างด้านใน
ในความเป็นจริง งานดูแลที่ผู้ใช้ควรทำส่วนใหญ่เป็นการ ตรวจสภาพภายนอก ดูแลทางน้ำ และสังเกตความผิดปกติ ส่วนระบบไฟและชิ้นส่วนภายในควรให้ช่างเป็นผู้ตรวจเมื่อจำเป็น
การดูแลแบบง่าย ๆ แต่สม่ำเสมอช่วยให้เราพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก เช่น สายเริ่มรั่ว ข้อต่อมีหยดน้ำ หรือฝักบัวเริ่มตัน
เริ่มจากทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอก
ตัวเครื่องอาจมีคราบน้ำ สบู่ หรือฝุ่นสะสมตามผิว
ก่อนทำความสะอาดควรปฏิบัติตามคู่มือของรุ่นนั้น โดยเฉพาะเรื่องการตัดไฟและวิธีเช็ดที่เหมาะสม
โดยทั่วไปไม่ควรใช้สายฉีดน้ำฉีดเข้าใส่ตัวเครื่องโดยตรง แม้เครื่องจะมีระดับป้องกันน้ำ เพราะระดับการป้องกันไม่ได้หมายความว่าเครื่องถูกออกแบบให้ใช้วิธีฉีดล้างทุกทิศทาง
ควรเน้นการเช็ดพื้นผิวตามคำแนะนำมากกว่า
ฝักบัวเป็นส่วนที่ควรดูแลบ่อยที่สุด
รูฝักบัวมีขนาดเล็ก จึงเกิดคราบจากแร่ธาตุและตะกอนได้ง่าย
เมื่อเริ่มอุดตัน ผู้ใช้อาจพบว่าแรงน้ำลดลง รูบางรูไม่ออก หรือสายน้ำพุ่งออกผิดทิศทาง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราการไหลและความรู้สึกของอุณหภูมิด้วย
จึงควรถอดทำความสะอาดตามวิธีที่เหมาะกับหัวฝักบัว ไม่ควรใช้ของแหลมขยายรูเพื่อแก้ปัญหาน้ำเบา
ตรวจสายฝักบัวทุกครั้งที่ทำความสะอาด
ขณะล้างหัวฝักบัวเป็นจังหวะที่ดีในการตรวจสายไปพร้อมกัน
ลองดูว่ามี
- รอยแตกร้าว
- รอยบวม
- น้ำซึมตามตัวสาย
- ข้อต่อหลวม
- สายบิดหรือพับผิดรูป
- สนิมหรือความเสียหายบริเวณข้อต่อ
หรือไม่
หากพบว่าสายเริ่มเสื่อม ควรเปลี่ยนด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะกับระบบ แทนการพันเทปเพื่อใช้งานต่อเป็นเวลานาน
ข้อต่อน้ำไม่ควรมีหยดตลอดเวลา
หลังปิดน้ำแล้ว ลองสังเกตบริเวณข้อต่อเข้าและออกของเครื่องว่ามีน้ำซึมหรือหยดหรือไม่
หยดเล็ก ๆ ที่เกิดตลอดเวลาไม่ควรถูกมองข้ามเพียงเพราะยังไม่มาก
หากเป็นข้อต่อที่ผู้ใช้ไม่ได้รับอนุญาตให้ถอดหรือขันเอง ควรเรียกช่างตรวจ ไม่ควรใช้แรงขันเพิ่มโดยเดา เพราะอาจทำให้เกลียวหรือชิ้นส่วนเสียหาย
ตะแกรงกรองน้ำทำความสะอาดได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับรุ่น
เครื่องบางรุ่นมี Filter หรือ Strainer บริเวณน้ำเข้าที่ผู้ใช้สามารถถอดทำความสะอาดตามขั้นตอนได้ แต่บางรุ่นไม่ควรให้ผู้ใช้แกะเอง
ควรดูคู่มือก่อนทุกครั้ง
หากคู่มืออนุญาต ให้ทำตามขั้นตอนการปิดน้ำ ตัดไฟ และประกอบกลับอย่างถูกต้อง หากไม่มีคำแนะนำชัดเจนก็ควรให้ช่างจัดการ
ไม่ควรเทน้ำยาล้างตะกรันเข้าเครื่องโดยเดา
เมื่อเห็นคราบบนฝักบัว ผู้ใช้บางคนอาจคิดว่าภายในเครื่องก็น่าจะมีตะกรัน จึงต้องการเทน้ำยาหรือสารบางชนิดเข้าไปล้าง
วิธีนี้ไม่ควรทำหากผู้ผลิตไม่ได้กำหนดขั้นตอนไว้สำหรับรุ่นนั้น
สารเคมีบางประเภทอาจไม่เหมาะกับวัสดุ ซีล หรือทางน้ำภายใน และการล้างระบบอาจต้องใช้อุปกรณ์และขั้นตอนเฉพาะ
หากสงสัยเรื่องตะกรันภายใน ควรให้ศูนย์บริการประเมินแทน
ปุ่ม TEST ควรดูแลด้วยการ “ทดสอบตามคู่มือ”
หากเครื่องมีระบบ TEST ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่เคยตรวจเลย และในทางกลับกันก็ไม่ควรกดเล่นโดยไม่รู้ขั้นตอน
ผู้ผลิตอาจกำหนดวิธีและความถี่ในการทดสอบของรุ่นนั้น
ควรทำตามคู่มือและดูว่าผลการทำงานเป็นไปตามที่อธิบายหรือไม่ หาก TEST หรือ RESET ทำงานผิดปกติ ควรหยุดใช้และแจ้งช่าง
ระหว่างทำความสะอาด ให้สังเกตเครื่องไปด้วย
การดูแลไม่ใช่เพียงทำให้เครื่องสะอาด แต่เป็นโอกาสให้เราตรวจสภาพ
ควรสังเกตว่ามี
- รอยแตกร้าวของตัวเครื่อง
- สีพลาสติกเปลี่ยนบริเวณใด
- รอยดำหรือรอยความร้อน
- กลิ่นผิดปกติ
- เสียงต่างจากเดิม
- น้ำรั่ว
- ปุ่มหลวมหรือไม่ตอบสนอง
หรือไม่
หากพบอาการที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ไฟฟ้า หรือน้ำรั่วจากภายใน ไม่ควรใช้งานต่อเพียงเพราะเครื่องยังเปิดติด
สิ่งที่ไม่ควรทำตอนทำความสะอาด
เพื่อแยกระหว่างงานที่ผู้ใช้ทำได้กับงานของช่าง สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
- ฉีดน้ำแรงเข้าใส่ตัวเครื่อง
- เปิดฝาครอบเพื่อเช็ดวงจรภายใน
- ใช้ของมีคมขูดหรือแหย่ช่องต่าง ๆ
- เทน้ำยาล้างตะกรันเข้าเครื่องเอง
- ถอดระบบป้องกันเพื่อทำความสะอาด
- ดัดแปลงวาล์วหรือทางน้ำภายใน
- ขันข้อต่อที่ไม่รู้หน้าที่ด้วยแรงมาก
- ใช้งานต่อทั้งที่มีน้ำรั่วหรือกลิ่นไหม้
การดูแลที่ดีไม่ควรสร้างความเสี่ยงใหม่ให้กับเครื่อง
ต้องเรียกช่างตรวจทุกกี่ปี
ไม่ควรกำหนดตัวเลขเดียวให้เครื่องทุกบ้าน เพราะสภาพการใช้งาน คุณภาพน้ำ และคู่มือของแต่ละรุ่นต่างกัน
ควรดูระยะตรวจหรือคำแนะนำจากผู้ผลิตเป็นหลัก
หากใช้งานหนัก น้ำมีตะกอนมาก หรือเริ่มมีอาการผิดปกติ ก็ควรให้ช่างตรวจเร็วกว่าการรอให้ถึงรอบเวลา
การมีประวัติการซ่อมหรือบำรุงรักษาไว้จะช่วยให้รู้ด้วยว่าเครื่องมีปัญหาซ้ำบริเวณเดิมหรือไม่
ก่อนเลือกเครื่องใหม่ ควรดูเรื่องการดูแลด้วย
เวลาเปรียบเทียบเครื่อง หลายคนสนใจเฉพาะวัตต์และระบบควบคุม แต่ความสะดวกในการดูแลก็มีผลต่อการใช้ระยะยาว
สามารถดูรายละเอียดของ เครื่องทำน้ำอุ่น Lucky Flame ร่วมกับรุ่นอื่น ๆ ว่าฝักบัว ตะแกรงกรอง และชิ้นส่วนที่ผู้ใช้ต้องดูแลสามารถเข้าถึงได้อย่างไร รวมถึงคู่มืออธิบายขั้นตอนชัดเจนหรือไม่
เครื่องที่เหมาะไม่เพียงต้องใช้งานได้ดี แต่ควรสามารถดูแลตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนดได้ง่ายด้วย
สรุป
วิธีดูแลเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่ได้หมายถึงการเปิดตัวเครื่องออกมาล้าง แต่คือการดูแลส่วนที่ผู้ใช้เข้าถึงได้และสังเกตความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ
ควรดูแลหัวฝักบัว ตรวจสายและข้อต่อ เช็ดตัวเครื่องตามวิธีที่เหมาะ และทำความสะอาดตัวกรองเฉพาะเมื่อคู่มือระบุว่าผู้ใช้สามารถทำได้
ส่วนงานภายใน ระบบไฟ การล้างตะกรัน หรือปัญหาน้ำรั่วจากตัวเครื่องควรให้ช่างดูแล
การตรวจเล็ก ๆ เป็นประจำช่วยให้พบปัญหาได้ก่อนที่จะกลายเป็นอาการใหญ่ และยังทำให้ใช้งานเครื่องภายใต้เงื่อนไขที่ถูกออกแบบไว้ได้ต่อเนื่องมากกว่า
